การจัดสร้างองค์หลวงพ่อแจ้ง องค์พญายักษ์วัดแจ้ง เพื่อประดิษฐาน ณ พระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี

การจัดสร้างองค์หลวงพ่อแจ้ง องค์พญายักษ์วัดแจ้ง เพื่อประดิษฐาน ณ พระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี พระพรหมวัชรเมธี ประชาสรรค์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและสารสนเทศอินโดจีน พระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี พระพรหมวัชรเมธี ประชาสรรค์ (เจดีย์พระปรางค์วัดอรุณราชวรมหาวิหาร พระมหาเจดีย์พุทธคยา เจดีย์พระธาตุขามแก่น เจดีย์พระธาตุหลวง พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

ตลอดระยะเวลาพันกว่าปีมาแล้ว ที่ดินแดนสุวรรณภูมินี้ มีความเจริญรุ่งเรืองภายใต้ร่มธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อให้เกิดความเจริญทั้งด้านวัตถุและจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นแผ่นดินไทย พระพุทธศาสนามีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านศาสนบุคคล ศาสนธรรม ศาสนวัตถุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศาสนวัตถุและศาสนสถาน 

ก่อให้เกิดวัดในพระพุทธศาสนาในทุกพื้นที่ เพื่อเป็นที่บำเพ็ญบุญกุศล ก่อให้เกิดทาน ศีล ภาวนา ทำให้สังคมไทยมีความสงบสุขร่มเย็นตลอดมา สิ่งที่พุทธศาสนิกชนนิยมสร้างเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ คือการสร้างพระเจดีย์ เพื่อประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกนึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ 

ในประวัติศาสนาพระพุทธศาสนา เมื่อครั้งถวายพระเพลิงพระบรมสรีระของพระศาสดาแล้ว พระอินทร์ได้อัญเชิญพระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ไปประดิษฐานไว้ในเจดีย์จุฬามณี ที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นที่ประดิษฐานพระเกศโมลีของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ทรงตัดพระเกศโมลีแล้วโยนขั้นบนท้องฟ้า เพื่ออธิฐานเสี่ยงทายการตรัสรู้ในคราวออกผนวช และพระอนทร์ได้อัฐเชิญมาประดิษฐานไว้ก่อนแล้ว

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น นอกจากเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคมแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการมีถาวรวัตถุเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจควบคู่กับการพัฒนาทางปัญญา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างพระเจดีย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าทางพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่พัฒนาจิตใจควบคู่ไปด้วย

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ในคราวประชุมคณะกรรมการประจำวิทยาเขตขอนแก่น ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ คณะผู้บริหารโดย พระโสภณพัฒนบัณฑิต (สุกันยา อรุโณ) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ได้นำเรื่องหารือกับพระมหาชุมพร นิติสาโร (ปัจจุบันคือ พระครูปลัดสุวัฒนรัตนคุณ เลขาเจ้าคณะภาค9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม) 

และได้นำคณะเข้ากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระเทพเมธี (ปัจจุบันคือ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าคณะภาค9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม) เพื่อก่อสร้างพระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี พระพรหมวัชรเมธี ประชาสรรค์ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาฯ โดยมีรูปทรงเจดีย์ ประกอบด้วย 

๑. เจดีย์องค์ใหญ่ ๑ องค์ คือ เจดีย์พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ๒. เจดีย์องค์เล็ก ๔ องค์ ได้แก่ (๑) พระมหาเจดีย์พุทธคยา,(๒) เจดีย์พระธาตุขามแก่น,(๓) พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง,(๔) เจดีย์พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ โดยให้ชื่อว่า “พระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี พระเทพเมธี ประชาสรรค์” 

มีวัตถุประสงค์ คือ
๑. เพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
๒. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม พุทธศิลปะในยุคต่าง ๆ
๓. เพื่อเป็นอนุสรณ์ถวายแด่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระเทพเมธี (ปัจจุบันคือ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าคณะภาค ๙ เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ประธานสภาวิทยาเขตขอนแก่น)
๔. เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสปีพุทธชยันตี
๕. เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติและผลงานของบุรพาจารย์
๖. เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติและผลงาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระเทพเมธี (สมเกียรติ โกวิโท)
๗. เพื่อเป็นศูนย์วิปัสสนานานาชาติ

เมื่อวันพุธที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น พร้อมด้วยคณะสงฆ์ในเขตปกครองภาค ๙ ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้กำหนดจัดพิธีวางศิลาฤกษ์เจดีย์ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น“พระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี พระเทพเมธี ประชาสรรค์” 

มีพื้นที่ใช้สอย ดังนี้
๑. เจดีย์องค์ใหญ่ซึ่งเป็นพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร จะประกอบไปด้วย ๓ ชั้น ดังนี้
๑.๑ ชั้นที่ ๑ กำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาจิตใจและปัญญาและศึกษาพุทธศิลปกรรมยุคต่างๆ
๑.๒ ชั้นที่ ๒ กำหนดให้เป็นที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ รวมไปถึงเป็นพิพิธภัณฑ์แสดง ๑.๒ ชั้นที่ ๒ กำหนดให้เป็นที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ รวมไปถึงเป็นพิพิธภัณฑ์แสดง
๑.๓ ชั้นที่ ๓ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ, พระอรหันตธาตุและเป็นศูนย์วิปัสสนานานาชาติ

๒. เจดีย์องค์เล็ก ๔ องค์
๒.๑ พระมหาเจดีย์พุทธคยา ประดิษฐานพระพุทธเมตตาประจำองค์เจดีย์และเป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติพระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐอินเดีย
๒.๒ เจดีย์พระธาตุขามแก่น ประดิษฐานพระพุทธพระลับ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรไทย
๒.๓ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ประดิษฐานพระมหามัยมุนี และเป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติพระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
๒.๔ เจดีย์พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ เป็นที่ประดิษฐานพระบางหลวงพระบาง และเป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติพระพุทธศาสนาในอาณาจักรล้านช้าง

เมื่อดำเนินการก่อสร้างพระมหาจุฬามณี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแล้วเสร็จ จึงขออนุญาตใช้ชื่อเป็น “พระมหาจุฬามณี เจดีย์พุทธชยันตี พระพรหมวัชรเมธี ประชาสรรค์” เพื่อให้สอดคล้องกับสมณศักดิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าคณะภาค9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ในปัจจุบัน

คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าคณะภาค9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม จะจัดให้มีพิธีเททองหล่อองค์หลวงพ่อแจ้ง ขนาดหน้าตัก 50 เซนติเมตร เท่าองค์จริง โดย ดร.เขมจุฑา สุวรรณจินดา ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 และครอบครัวสุวรรณจินดา รับเป็นเจ้าภาพค่าใช้จ่ายในพิธีเททองหล่อองค์หลวงพ่อแจ้ง ในครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท

และจัดให้มีพิธีเททองหล่อองค์พญายักษ์วัดแจ้ง ขนาดความสูง 2.50 เมตร อย่างยิ่งใหญ่ถูกต้องตามประเพณีโบราณทุกประการ เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ มหาจุฬามณีเจดีย์พุทธชยันตีพรหมวัชรเมธีอนุสรณ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแก่ท่านพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาคู่กับองค์พระปรางค์วัดอรุณ

พร้อมจัดพิธีมหาพุทธาเทวาภิเษก วัตถุมงคลพญายักษ์วัดแจ้ง รุ่นมหาบารมี โดยสุดยอดท่านพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมแห่งยุค ที่ได้ร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลพญายักษ์วัดแจ้ง รุ่นมหาโภคทรัพย์ จนโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2565 ณ ลานหน้าพญายักษ์วัดวัดแจ้ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดอรุณราชวราราม

หมายเหตุ
เมื่อมีพิธีเททองหล่อองค์หลวงพ่อแจ้งและพิธีเททองหล่อองค์พญายักษ์วัดแจ้ง ขนาดความสูง 2.50 เมตร เรียบร้อยแล้ว จะมีกำหนดการวันพิธีอัญเชิญประดิษฐานองค์หลวงพ่อแจ้งและองค์พญายักษ์วัดแจ้ง ขนาดความสูง 2.50 เมตร อย่างเป็นทางการแจ้งแก่ท่านพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญที่ร่วมมหาบุญใหญ่ในครั้งนี้ให้ทราบอีกครั้ง

ท่านพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดในการร่วมมหาบุญใหญ่ในครั้งนี้ได้ที่
พระครูพิสิฐสรวุฒิ เบอร์ 099-128-1871 ไอดีไลน์ 0991281871
พระมหาณัฐนนท์ เบอร์ 065-446-2834 ไอดีไลน์ 0654462834
.....
แฟนเพจพญายักษ์วัดแจ้ง แอดไลน์ได้ที่ @prayayakwatjang


แชร์บน
 
 

ข่าวสาร และกิจกรรมอื่นๆ